สมัครสมาชิก
ตำบล พื้นที่ ราคาต่อไร่
ทุนนอกรุกซื้ออสังหา หนีค่าเงิน-กฎเหล็ก    ( 6 ธันวาคม 2556 )
    
 
          ทุนต่างชาติหนีวิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐ เยนอ่อน-มาตรการสกัดฟองสบู่อสังหาฯ ทุนญี่ปุ่น-จีน รุกหนัก จัดกรุ๊ปทัวร์ตระเวนดูลู่ทางอสังหาฯในไทย หวังชดเชยความเสี่ยงค่าเงิน ด้านโบรกเกอร์นอกชี้ดัชนีสืบค้นอสังหาฯไทย พุ่งจากอันดับ 17 มาอยู่ที่อันดับ 3 ของโลก
 
          เมื่อเร็วๆ นี้กลุ่มนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะบรรดาตัวแทนขายจากญี่ปุ่น ได้จัดกรุ๊ปทัวร์รวมกันกว่า 90 ชีวิต เข้ามาดูลู่ทาง การลงทุนอสังหาฯในไทย ตระเวนตามสำนักงานขาย และไซต์งานก่อสร้างโครงการ อสังหาฯไทยหลายแห่ง พุ่งเป้าไปที่คอนโดมิเนียม ติดแนวรถไฟฟ้า สะท้อนภาพความตื่นตัวของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อตลาดอสังหาฯ
 
          นายขจร แซ่เอ็ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด ผู้ถือหุ้นกลุ่ม เดียวกันกับบริษัท ฤทธา จำกัด บริษัทออก แบบและก่อสร้างรายใหญ่ในไทย กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ"ว่า ปัจจุบันตลาดนักลงทุน ต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนอสังหาฯในไทย โดยเฉพาะ โครงการประเภทคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้ามากเป็นพิเศษ
 
          ญี่ปุ่นซื้อเงินสดรวดเดียว5ยูนิต
 
          ผู้บริหารไซมิส แอสเสท อธิบายว่าหลังจากได้พูดคุยกับกลุ่มตัวแทนขาย พบว่าพวกเขาเริ่มเห็นช่องทางการทำตลาด เนื่องจากมองว่าความต้องการของนักธุรกิจญี่ปุ่น ที่เข้ามาทำงานในไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้น ประกอบกับภาวะค่าเงินเยน ที่อ่อนค่าลง  ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นหลายราย เห็นว่า การซื้ออสังหาฯน่าจะเป็นจุดที่จะช่วยบริหารความ เสี่ยงจากค่าเงินได้ เพราะซื้ออสังหาฯโครงการดีๆ จะได้กำไรจากส่วนต่างราคาซื้อขายสินทรัพย์ที่ต่ำ กว่าราคาทุน (Capital Gain) ได้มากถึง 50-100%
 
          นอกจากนี้ การที่เงินเยนอ่อนค่า ยังทำให้พวกเขาได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ในอนาคตคาดว่าค่าเงินเยนอาจตกไปถึง 120 เยนต่อดอลลาร์ เมื่อเทียบค่าเงินเยนเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาที่ลูกค้าญี่ปุ่นที่ซื้ออสังหาฯได้กำไรค่าเงินอย่างเดียว 30%
 
          ไม่เพียงปัจจัยค่าเงินเท่านั้น ยังมีปัจจัยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในญี่ปุ่นที่มี อัตราต่ำมากเกือบ 0% เป็นส่วนดึงดูดการลงทุนของญี่ปุ่น จึงเลือกที่จะมาลงทุนอสังหาฯในไทย เพราะคุ้มกว่า หากเทียบเม็ดเงินลงทุนและผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาที่แต่ละปีมี 10-15% ได้แน่นอน
 
          การขายโครงการ "ไซมิส สุรวงศ์" ยังพบว่ามีลูกค้าญี่ปุ่นจำนวนหนึ่ง ตัดสินใจซื้อโครงการ ไซมิส สุรวงศ์ไปจำนวน 5 ยูนิตด้วยเงินสด ทั้งๆ ที่การก่อสร้างยังไม่เสร็จ เหตุผลเพราะไม่ต้องการความเสี่ยงค่าเงินเยน ที่อาจจะอ่อนค่าลงอีก ยังสามารถต่อราคาขอส่วนลดเงินสดกับทางโครงการได้อีกราว 10%
 
          สิงคโปร์หนีกฎเข้มทะลักเข้าไทย
 
          เขายังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาซื้ออสังหาฯจำนวนมากคือ สิงคโปร์ ปัจจัยที่ทุนสิงคโปร์เข้ามาในไทย เนื่องจากหนีกฎเหล็กด้านภาษีที่รัฐบาลสิงคโปร์ ประกาศออกมาเพื่อสกัดความร้อนแรง ของตลาดอสังหาฯในสิงคโปร์ที่เติบโตมาก โดยราคาอสังหาฯในสิงคโปร์เมื่อหลายปีก่อนราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 900 ดอลาลาร์สิงคโปร์ต่อตร.ฟุต  แต่ปัจจุบันราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5-2 พันดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตร.ฟุต (3.3 ตร.ฟุต = 1 ตร.ม.) ถ้าเทียบเป็นอัตราแบบไทยๆอยู่ที่ 6.6 พันดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตร.ม.หรือเท่ากับ 1.65 แสนบาทต่อตร.ม. ) หากเป็นโครงการระดับบน (ไฮเอนด์) ราคาอาจถึง 3 พันดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตร.ฟุต ราคาขึ้นไปมาก รัฐบาลสิงคโปร์จึงต้องออกฎหมายลดความร้อนแรง โดย 2 ปีที่ผ่านมามีการออกกฎหมายสำคัญถึง 3 ฉบับด้วยกัน
 
          เริ่มด้วยกฎหมายที่ระบุว่าต่างชาติที่จะไปซื้ออสังหาฯในสิงคโปร์ ต้องจ่ายภาษี 15% หรือที่บ้านเราเก็บ 0.5%กฎหมายอีกตัวคือผู้ขายอสังหาฯในสิงคโปร์ แต่เดิมเสียภาษีกำไร คือส่วนต่างของราคาสินทรัพย์ แต่วันนี้ต้องเสียภาษีการขายคิดตามมูลค่าขายเต็มราคา โดย กำหนดเป็นช่วงเวลาไว้ คือ
 
          ถ้าขายภายใน 1 ปี เสียภาษี 16% ของราคาที่ขาย ถ้าถือ 2 ปีเสียภาษี 12% ถือ 3 ปีเสียภาษี 8% แต่ถ้าถือไว้ 4 ปีเสียภาษี 4% ข้อนี้เป็นภาษีที่เพิ่มขึ้นมาพิเศษนอกเหนือจากภาษีกำไรแบบเดิมที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว แต่ถ้าถือเกิน 4 ปีไปแล้วขาย จึงจะยกเว้นภาษีการขาย เหลือเพียงการจ่ายภาษีส่วนต่างของราคา หรือภาษีจากกำไรของการขายเท่านั้น
 
          นอกจากนี้ มาตรการที่รุนแรงมากซึ่งเพิ่งประกาศออกมาเมื่อ 2-3 เดือนคือชาวสิงคโปร์ที่มีรายได้จะสร้างภาระหนี้ได้ไม่เกิน 60% ของรายได้ทั้งหมด หมายถึงหนี้ทุกประเภทและสามารถก่อหนี้อสังหาฯได้ไม่เกิน 30%ของรายได้ หมายความว่าคนสิงคโปร์ ใช้สินเชื่อซื้ออสังหาฯได้เพียง 30% ของรายได้เท่านั้น ทำให้ปัจจุบันคนสิงคโปร์ไม่สามารถซื้ออสังหาฯใหม่ได้ จึงต้อง ออกมาซื้อนอกบ้าน ไทยจึงเป็นเป้าหมายสำคัญ ส่วน มีอินโดนีเซีย และมาเลเซียเป็นเป้าหมายรองลงมา
 
          "ชาวสิงคโปร์ชอบมาพักอาศัยในไทย และซื้ออสังหาฯไทยไว้เป็นบ้านหลังที่สอง เพราะเมืองไทยอยู่สบาย เป็นเมืองท่องเที่ยว อีกทั้งราคาอสังหาฯไม่แพง ถ้าเทียบกับสิงคโปร์แล้วต่ำกว่าเป็นเท่าตัว  ยังถูกกว่าพนมเปญ เวียดนาม ซึ่งต้นทุนที่ดินแพงเพราะเป็นที่ดินเป็นของรัฐบาล ขณะที่พม่าที่ดินแพงกว่าไทย"
 
          นายขจร กล่าวว่าที่ผ่านมา มีลูกค้าสิงคโปร์มาซื้อโครงการของ ไซมิส ที่ซอยสุขุมวิท 31 และสุขุมวิท 39 แบบยกทั้งชั้นเลยก็มี
 
          จีนลูกค้าใหม่จัดทัวร์ดูลู่ทางลงทุน
 
          นอกจาก ญี่ปุ่นแล้ว ผู้บริหารไซมิสแอสเสท บอกว่านักลงทุนจีน เริ่มเข้ามาลงทุนอสังหาฯในไทยมากขึ้นเช่นกัน  จากเดิมที่เข้ามาอยู่แล้วในรูปแบบผู้พัฒนาโครงการ และผู้รับเหมาก่อสร้าง
 
          สอดคล้องกับมุมมองของนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ระบุว่าล่าสุดมีนักลงทุนจีน เดินทางมาไทยเป็นหมู่คณะ หลายรายยังติดต่อให้ตนเข้าไปร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ด้านตลาดอสังหาฯไทย เข้าใจว่าเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
 
          ที่ผ่านมายังมีบริษัทจีน เข้ามาพัฒนาคอนโดมิเนียมในไทย ย่านถนนพระราม9 และร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทยบางราย ในการเตรียม แผนพัฒนาโครงการใหญ่ หลายโครงการด้วยกัน
 
          ปัจจัยการเข้ามาของจีน มีแรงกระตุ้นไม่ต่างจากสิงคโปร์ คือรัฐบาลจีนได้ออกมาตรการ เข้มงวดสกัดปัญหาการเก็งกำไรในอสังหาฯ ทำให้นักลงทุนจีน ต้องดิ้นรนออกมาหาช่องทางลงทุนนอกบ้าน
 
          อสังหาฯไทยฮิตสืบค้นพุ่งที่3โลก
 
          นอกจากภาพที่ชัดเจนจากการเข้ามาของนักลงทุนชาวเอเชียแล้ว ยังมีข้อมูลที่พบว่าอสังหาฯไทยอยู่ในความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกค่อนข้างมาก นายธิติวัฒน์  ธีรกุลธัญโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) จำกัด  โบรกเกอร์ขายอสังหาฯ แบบแฟรนไชส์ กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์เดอะมูฟชาแนลดอทคอม www.themovechannel.com  ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข้อมูลอสังหาฯมีประกาศซื้อขายกว่า 4 แสนรายการ พบว่า ยอดการสืบค้นอสังหาฯไทยอันดับสาม(ท็อป3) การสืบค้นข้อมูลตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา กระโดดมาจากอันดับ 17 ขึ้นมาเป็นอันดับ 3
 
          ขณะเดียวกัน เมื่อเร็วๆนี้ทางบริษัทได้รับการติดต่อจาก โอบายาชิโบรกเกอร์ ว่าสนใจทำธุรกิจการซื้อขายอสังหาฯในไทย  ยังมีข้อมูลว่าบริษัทโตโยต้าจากญี่ปุ่น ต้องการซื้อทั้งคอนโดฯให้พนักงานพักอาศัย ล่าสุดโบรกเกอร์ อสังหาฯทั้ง ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ที่มาซื้อไลเซ่น เซ็นจูรี่ 21 ไปทำมียอดขายเติบโตต่อเนื่อง
 
ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 
 
 
ปฏิทินราคาที่ดิน
<   >    
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
 
จำนวนผู้เข้าชม : 423702 คน
© Copyright 2013 TEEDINHATYAI.COM
 
teedinhatyai@gmail.com