สมัครสมาชิก
ตำบล พื้นที่ ราคาต่อไร่
 
รายได้1.5-2หมื่นบาท สูญโอกาสกู้ซื้อบ้าน

 กสิกรไทยชี้กลุ่มที่มีรายได้ 1.5- 2 หมื่นบาทติดกับดักรถคันแรก โอกาสกู้ซื้อบ้านค่อนข้างต่ำ โครงการที่อยู่อาศัย 1 ล้านบาทหดตัว โดยปีนี้ตลาดหลักอยู่ที่ยูนิตละ 2.7 ล้านบาท

ชาติชาย พยุหนาวีชัยชาติชาย พยุหนาวีชัย    นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การเติบโตของจีดีพีประเทศมีผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  โดยจะเห็นว่าปีไหนจีดีพีพุ่งเช่นปี 2555 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ดีตาม สำหรับปีนี้คาดว่าจีดีพีอาจต่ำกว่า 4% เล็กน้อย ขณะที่ต้นปีอยู่ที่ประมาณ 4-5%  โดยที่หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นปัจจุบันอยู่ที่ 8.97 ล้านล้านบาท หรือ 77.5% ของจีดีพี ซึ่งภาระหนี้ครัวเรือนมีผลต่อกำลังการผ่อน
    "วันนี้มีคนซื้อรถคันแรกไป 1 ล้านคัน เท่ากับคน 1 ล้านคนกู้ไปแล้ว ต้องผ่อนเดือนละ 5,000-6,000  บาท ในกรณีที่จะซื้อที่อยู่อาศัย ถ้าคนที่มีรายได้ต่อเดือน 2 หมื่นบาท แบงก์จะปล่อยให้ 40% คือ 8,000 บาท แต่มีภาระผ่อนรถไปแล้ว 5,000-6,000 บาท ก็จะซื้อบ้านไม่ได้ พอหนี้สูงขึ้นก็ทำให้กู้ไม่ผ่าน ถือเป็นภาระของคนที่เพิ่งเริ่มทำงานหรือมีรายได้ 1.5-2 หมื่นบาท เมื่อเลือกกู้อย่างใดไปแล้วอีกอย่างก็จะถูกปฏิเสธไปมากขึ้น" นายชาติชายกล่าวและว่า
    "ภาระหนี้ครัวเรือน มีผลต่อกำลังการผ่อน ทั้งนี้ มาตรฐานอยู่ที่ 40% กลุ่มที่มีรายได้น้อยอาจจะได้รับอนุมัติน้อยกว่ากลุ่มที่มีรายได้สูง"
    ดังนั้นผู้ที่พัฒนาที่อยู่อาศัยที่หวังกลุ่มรายได้น้อยและขายบ้านราคาประมาณ 1 ล้านบาท ขายแทบไม่ได้ ตลาดตรงนี้หดตัวลง อย่างไรก็ตาม บ้านในกลุ่มราคา 1-2 ล้านบาท ความต้องการที่อยู่อาศัยในกลุ่มนี้มีมากอาจจะเป็นทาวน์เฮาส์หรือคอนโดมิเนียมก็ได้ ถ้าผู้ประกอบการสามารถทำได้ก็ไปได้ ขึ้นกับต้นทุนดำเนินการ แต่ส่วนใหญ่จะพัฒนาคอนโดมิเนียมในเมือง ซึ่งราคาเฉลี่ยอยู่ที่ยูนิตละกว่า 2 ล้านบาท ถ้าจะพัฒนาคอนโดมิเนียมราคา 1 ล้านบาทหรือต่ำกว่า 1 ล้านบาท ต้องอยู่ไกลออกไป ปัญหาคือถ้าจะซื้อคอนโดมิเนียมที่อยู่ไกลก็ไม่มีประโยชน์เพราะคนซื้ออยากอยู่ใกล้รถไฟฟ้า อยู่ในเมือง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง กลายเป็นว่า ตอนนี้คนซื้ออยากได้ทำเลที่ดี ทำเลไม่ดีก็จะไม่ประสบความสำเร็จ
    "ในปีที่แล้วค่าเฉลี่ยราคาขายที่อยู่อาศัยยูนิตละ 2.9 ล้านบาท แต่ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ราคาเฉลี่ยเปิดขายที่ 2.7 ล้านบาทต่อยูนิต ไม่ใช่ราคาวัสดุก่อสร้างถูกลง แต่เป็นการลดขนาดเพื่อให้เข้ากับกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง วันนี้ถ้ากู้ 2.5 ล้านบาทต่อยูนิตจะต้องมีรายได้ 5 หมื่นบาทต่อเดือนถึงจะกู้ผ่าน ดังนั้นคนที่จะซื้อบ้านราคา 2.5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องเป็นกลุ่มที่มีวุฒิภาวะแล้ว และอาจจะเป็นกลุ่มที่มีบ้านอยู่แล้ว แต่อาจเป็นทาวน์เฮาส์ราคา 1 ล้านบาทต้นๆ แล้วมาซื้อบ้านใหม่ในระดับนี้ มากกว่าบ้านราคา ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ฉะนั้นบ้านต่ำกว่า 1 ล้านบาทแทบจะหาไม่ได้"
    "ขนาดธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้สิทธิพิเศษปล่อยกู้ในโครงการบ้านหลังแรก ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท นาน 2 ปี แต่ยังหาผู้กู้ไม่ค่อยได้ แปลว่าตลาดนี้ค่อนข้างน้อยถึงแม้รัฐจะให้การส่งเสริมการลงทุน แต่เนื่องจากที่ดินและวัสดุก่อสร้างมีราคาแพง ไม่สามารถพัฒนาบ้านราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทได้ ฉะนั้นบ้านกลุ่มนี้มีไม่มาก" ถึงแม้ปัจจุบันที่อยู่อาศัยมีราคาสูงขึ้น แต่ประชาชนที่มีเงินเดือน 2 หมื่นบาท สามารถซื้อที่อยู่อาศัยราคา 1 ล้านบาทได้ เพราะประเทศไทยมีระบบการผ่อนที่เอื้อต่อผู้ซื้อ เช่น ระยะการผ่อนค่อนข้างยาว ไม่ต้องวางเงินดาวน์มาก และสุดท้าย ดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ ทำให้ยังสามารถเข้าถึงได้
    "สำหรับธนาคารไม่มีความกังวลปัญหาหนี้เสีย เพราะมีเครื่องมือในการกลั่นกรองลูกค้าที่ดีกว่าสมัยก่อน เช่น เครดิตสกอริ่ง บูโรสกอร์ หรือประวัติต่างๆที่สามารถรวบรวมข้อมูลได้ ทำให้ได้ลูกค้าที่มีคุณภาพ เอ็นพีแอลค่อนข้างต่ำ"
    นายชาติชายกล่าวถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงครึ่งปีหลังว่า เป็นบุญเก่าจากน้ำท่วมปลายปี 2554 หลังจากนั้นเมื่อประชาชนมีความมั่นใจก็มีการสร้างในช่วงปลายปี 2555 และส่วนใหญ่จะสร้างเสร็จในปลายปีนี้ จากโครงการที่ขายก่อนหน้านี้เป็นจำนวนมาก ฉะนั้นยอดขายยอดโอนในช่วง 2 ไตรมาสสุดท้ายนี้ไม่ตก ตรงข้ามจะสูงกว่า 2 ไตรมาสแรกด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ครึ่งปีแรกจะมีการโอนประมาณ 40-45% ส่วนครึ่งปีหลังจะมียอดโอนที่ 55-60% ของยอดโอนทั้งหมด แต่ยอดขายอาจจะมีการชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้ธุรกิจอสังหาฯได้มีการปรับตัว ไม่ร้อนแรงจนเกินไป


จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,881 
วันที่  22 - 25   กันยายน  พ.ศ. 2556

 
 
 
ปฏิทินราคาที่ดิน
<   >    
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
 
จำนวนผู้เข้าชม : 418542 คน
© Copyright 2013 TEEDINHATYAI.COM
 
teedinhatyai@gmail.com